ชาวเน็ตขุดพบประวัติปู่ทวดเอี่ยว亲日! ส่องดราม่า ฮายอง (Ha-young) VS ไอดอล-นักแสดงตระกูลผู้รักชาติ

วงการบันเทิงเกาหลีใต้ช่วงนี้ต้องลุกเป็นไฟ! กับประเด็นร้อนเรื่องประวัติครอบครัวของนักแสดงสาวคนสวยที่ทำเอาชาวเน็ตถึงกับอึ้ง 😱 เรื่องของเรื่องคือมีคนตาดีไปขุดคุ้ยพบว่า ฮายอง (Ha-young) นักแสดงสาวดาวรุ่ง มีปู่ทวดที่มีบันทึกประวัติศาสตร์ระบุชัดเจนว่าเคยมีส่วนร่วมกับการกระทำเข้าข้างญี่ปุ่นในยุคที่เกาหลีตกเป็นอาณานิคม งานนี้เลยกลายเป็นประเด็นทัชใจชาวเน็ตเกาหลีแบบเต็มๆ เพราะมันช่างสวนทางกับเหล่าดาราคนดังสายเลือดทายาทนักสู้เพื่ออิสรภาพแบบคนละขั้วเลยล่ะแกรรร! 🎬
จุดเริ่มต้นมันมาจากช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เองค่ะซิส ฮายอง ได้ไปออกรายการวาไรตี้รายการหนึ่งแล้วเล่าถึงแบ็กกราวด์ครอบครัวตัวเองแบบภูมิ과의 “คุณปู่ทวดเรียนจบจากญี่ปุ่นแล้วกลับมาเปิดโรงพยาบาลสไตล์ตะวันตกแห่งแรกในฮันยาง (โซล)” แถมยังเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่าท่านเคยถวายการรักษาองค์จักรพรรดิโก종 (Gojong) และตระกูลพวกเธอก็เป็น “แพทย์สืบทอดกันมาถึง 4 รุ่น” ฟังดูเท่และน่าประทับใจใช่ไหมล่ะคะ? เหมือนเป็นตระกูลผู้ทรงเกียรติในหน้าประวัติศาสตร์การแพทย์เกาหลีเลยทีเดียว ✨
แต่แม่เจ้า! หลังจากรายการนี้ออนแอร์ไปได้ไม่นาน ความลับที่ไหนล่ะจะซ่อนมิด มีนักสืบโซเชียลตาเพชรไปเจอหลักฐานว่าชื่อจริงของปู่ทวดเธอ อันซังโฮ (Ahn Sang-ho) ดันไปโผล่อยู่ในรายชื่อคณะกรรมการของสมาคม ‘Daejeong Chinmokhoe’ ซึ่งเป็นองค์กรของกลุ่มคนชนชั้นสูงในโชเซอนที่สนับสนุนญี่ปุ่นในปี 1916 ยิ่งไปกว่านั้นคือมี อีวาน용 (Yi Wan-yong) หนึ่งในห้ากบฏอึลซา (ผู้ขายชาติให้ญี่ปุ่น) นั่งแท่นเป็นที่ปรึกษา คิดดูเอาเองละกันว่าองค์กรนี้มันทรงพลังด้านความน่าสะพรึงขนาดไหน! 👀

ตอนแรกบอกเลยว่าต้นสังกัดของ ฮายอง เอาไม่อยู่ค่ะ ออกมาสวนกลับแบบแข็งกร้าวมากแม่ “ยอมรับว่าปู่ทวดชื่ออันซังโฮจริง แต่เรื่องพัวพันกลุ่ม親日 (亲日/เข้าข้างญี่ปุ่น) ไม่เป็นความจริงนะจ๊ะ!” ออกแถลงการณ์แก้ต่างแบบมั่นใจสุดๆ แต่ทว่า… แถลงการณ์นี้มีอายุไม่ถึง 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ! พอหลักฐานทางประวัติศาสตร์ถูกงัดออกมากองตรงหน้าแบบจุกๆ แรงกดดันจากสังคมก็ถาโถมเข้ามาไม่ยั้ง สุดท้ายต้นสังกัดจำใจต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ออกมากลับลำแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการ ยอมรับแล้วจ้าว่าชื่อของอันซังโฮอยู่ในรายชื่อกลุ่ม親日นั้นจริงๆ 💔
ประโยคขอโทษที่บอกว่า “เราต้องขออภัยอย่างสุดซึ้งที่ตอบปฏิ้วแบบส่งๆ โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลให้ดีเสียก่อน จนทำให้เกิดความสับสน” มันสะท้อนให้เห็นเลยว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะจ๊ะ นี่มันคือระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นชัดเลยว่าสังคมเกาหลีเขาเซนซิทีฟกับเรื่องประวัติศาสตร์ชาติบ้านเมืองขนาดไหน ไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องแบบนี้แน่นอน!
และความพีคไปกว่านั้นคือ จังหวะเวลาที่ข่าวนี้ดันระเบิดออกมา ดันเป็นช่วงก่อนวันปลดปล่อยชาติ (Gwangbokjeol) พอดีเป๊ะ! ผลกระทบคือทำให้ตารางงานสัมภาษณ์ซีรีส์ ‘Aema’ (ผลงานจาก Netflix ที่เธอร่วมแสดง) ในวันปลดปล่อยชาติโดนยกเลิกกะทันหัน การที่เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการเข้าข้างญี่ปุ่นในยุคอาณานิคมดันมาแตกเอาตอนใกล้วันสำคัญทางประวัติศาสตร์แบบนี้ บอกเลยว่าอิมแพืกต์มันรุนแรงต่อใจชาวเกาหลีแบบคูณร้อยไปเลยค่ะ 🇰🇷

ทายาทนักสู้เพื่ออิสรภาพ: อีกด้านของวงการบันเทิง
ที่ชาวเน็ตเขาอินจัดและเอาดราม่าของ ฮายอง ไปเปรียบเทียบ ก็เพราะว่าในวงการบันเทิงเกาหลีมีซูเปอร์สตาร์หลายคนที่เกิดมาพร้อมกับสายเลือด ‘ทายาทนักรบกู้ชาติ’ และพวกเขาก็ภูมิใจนำเสนอเรื่องราวของบรรพบุรุษให้แฟนๆ ได้รู้กันอย่างเปิดเผยด้วยนะ!
เริ่มที่นักร้องสาวเสียงดี ชองฮา (Chungha) คุณตาของเธอคือคุณตา คิมยองกึน (Kim Yong-geun) ผู้เป็นนักเคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพท่านหนึ่ง ท่านยอมติดคุกและต่อสู้ไม่ยอมก้มหัวให้ญี่ปุ่นเนื่องจากปฏิเสธที่จะเข้าร่วมพิธีบูชาศาลเจ้าชินโต แถมพอหมดสงครามท่านยังมาร่วมรบในสงครามเกาหลีอีกต่างหาก ช่วงที่ชองฮาพักงาน เธอกลับไปตั้งใจอ่านหนังสือสอบจนสอบผ่านใบประกาศนียบัตรประวัติศาสตร์เกาหลีระดับ 1 ได้สำเร็จ พร้อมกับบอกว่าคุณแม่สนับสนุนให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เพราะคุณตานี่แหละ คือมันไม่ใช่แค่เรื่องอวดตระกูลนะแก แต่มันคือการส่งต่อจิตวิญญาณรักชาติจากรุ่นสู่รุ่นจริงๆ ✊

ขยับมาที่ไอดอลหนุ่ม อี้เฉิน (Yichen) จากวง MODHAWK คนนี้สายเลือดนักสู้ของแทร่! เพราะทวดของเขาคือ อันมยองกึน (Ahn Myeong-geun) ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับวีรบุรุษกู้ชาติระดับตำนานอย่าง อันจุงกึน (Ahn Jung-geun) ที่ประวัติศาสตร์จารึกไว้ชัดเจน อี้เฉินเคยออกรายการแล้วบอกว่า “ในฐานะทายาทของท่านอันจุงกึน ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ในตัวเสมอครับ” เท่ระเบิด!
ทางด้านพระเอกหนุ่ม คิมจีซอก (Kim Ji-seok) ก็มีคุณปู่คือผู้รักชาติ คิมซองอิล (Kim Seong-il) ที่เคยเคลื่อนไหวต่อสู้ในแถบแมนจู คอยส่งข่าวกรองและระดมทุนสนับสนุนกองกำลังอิสรภาพเกาหลี หรือแม้แต่นักแสดงสาว ฮันซูยอน (Han Soo-yeon) ที่เคยเปิดเผยว่าคุณปู่ทวดของเธอคือผู้นำกองกำลังกองโจร คิมซุนโอ (Kim Sun-oh) ที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยกระสุนและตาบอดจากการต่อสู้กับญี่ปุ่น เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล่าในหน้ากระดาษ แต่มันคือหยาดเหงื่อและชีวิตจริงที่บรรพบุรุษพวกเขาต้องแลกมา 🕊️
สังคมเกาหลีกับจิตสำนึกทางประวัติศาสตร์

ทำไมเรื่องของ ฮายอง ถึงเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้? ก็เพราะสังคมเกาหลีเขามีมุมมองที่จริงจังสุดๆ กับเรื่องประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะยุคอาณานิคมญี่ปุ่นที่เป็นช่วงเวลาแสนเจ็บปวดที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ การกระทำของคนที่ทรยศชาติในยุคนั้น สังคมเกาหลีปัจจุบันเขาตัดสินว่า ‘ไม่มีวันให้อภัยและไม่มีวันลืม’ ค่ะ
การที่ชนชั้นสูงในอดีตยอมเอาชื่อไปแปะไว้ในสมาคมอย่าง Daejeo Chinmokhoe มันไม่ใช่แค่การไปร่วมงานสังคมกินหรูอยู่สบายนะเว้ย แต่มันคือการสยบยอมและช่วยส่งเสริมอำนาจการปกครองของจักรวรรดิญี่ปุ่น ซึ่งทำให้จิตวิญญาณการต่อสู้ของคนเกาหลีต้องอ่อนแอลง เพราะฉะนั้นพอขุดเจอหลักฐานแบบนี้ ฟีดแบคจากสังคมจึงมีแต่ความเดือดดาลและคำวิจารณ์เชิงลบล้วนๆ
ที่น่าสนใจคือ การที่ต้นสังกัดรีบปฏิเสธแบบหัวชนฝาว่า “ไม่จริง” แล้วสุดท้ายโดนหลักฐานตบหน้าหงายจนต้องกลับลำ มันสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาประเมินพลังของ ‘ประวัติศาสตร์’ ต่ำเกินไป ในเกาหลีใต้ พื้นหลังทางประวัติศาสตร์ของครอบครัวมันเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์และการทำงานในฐานะบุคคลสาธารณะ (Public Figure) แบบแยกไม่ออกจริงๆ 📚

แถมเคสนี้ยังสอนให้รู้ถึงพลังของยุคดิจิทัลด้วยนะ การออกรายการทีวีและการตรวจสอบข้อมูลสมัยนี้มันไวเหมือนแสง อินเทอร์เน็ตช่วยกันขุด ช่วยกันแชร์ ประวัติศาสตร์ถูกนำมาปัดฝุ่นตรวจสอบในชั่วพริบตา มันเลยเป็นบทเรียนราคาแพงให้เหล่าคนดังทั้งหลายต้องระมัดระวังคำพูดและเช็กสตอรี่ครอบครัวตัวเองให้ดีก่อนจะพูดอะไรออกสื่อ
ความหลากหลายและการศึกษาประวัติศาสตร์
จากดราม่านี้ ทำให้เราเห็นภาพสะท้อนทางสังคมที่ชัดเจนมากๆ คือในขณะที่ทายาทนักรบกู้ชาติเขาภูมิใจที่จะเล่าเรื่องราวของบรรพบุรุษ แต่ทายาทของกลุ่ม親日กลับพยายามจะปกปิดหรือปฏิเสธความจริง นี่แหละคือพลังอันยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อสังคมเกาหลีในปัจจุบัน 🤔
เหมือนที่ ชองฮา ตั้งใจสอบใบเซอร์ประวัติศาสตร์เพราะคุณตาเป็นนักสู้เพื่ออิสรภาพ ไอดอลและดาราหลายคนใช้พื้นที่ของตัวเองในการตอกย้ำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้แฟนๆ ได้ตระหนัก มันเลยก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นแค่ดาราไอดอลทั่วไป แต่กลายเป็นคุณค่าทางวัฒนธรรมและการศึกษาไปโดยปริยาย
ในทางตรงกันข้าม เคสของ ฮายอง เป็นเครื่องเตือนใจว่าในยุคดิจิทัล ไม่มีทางที่คุณจะบิดเบือนหรือซ่อนเร้นความจริงทางประวัติศาสตร์ได้พ้นหูพ้นตาประชาชน พลเมืองเน็ตพร้อมใจกันเป็นนักสืบและตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวศิลปินหรือคนรอบตัวในครอบครัว ก็ไม่มีใครรอดพ้นจากความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ไปได้หรอกค่ะคุณผู้ชม
ผลกระทบระยะยาวและความหมายต่อสังคม
การที่ดราม่านี้มาปะทุเอาช่วงก่อนวันปลดปล่อยชาติ มันมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้งมากๆ เมื่อคนเกาหลีเฉลิมฉลองการได้รับอิสรภาพจากญี่ปุ่นในวันที่ 15 สิงหาคม พร้อมๆ กับการพิพากษาและประเมินค่าพฤติกรรมทรยศชาติในอดีต เหตุการณ์นี้เตือนสติเราว่า เรื่องราวเมื่อศตวรรษก่อนมันยังคงส่งผลกระทบต่ออาชีพและชีวิตของคนในยุคปัจจุบันได้แบบเรียลไทม์ ⏳
และที่พีคไม่แพ้กันคือการที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกอย่าง Netflix ต้องสั่งระงับงานสัมภาษณ์ซีรีส์ มันแปลว่าแม้แต่ธุรกิจบันเทิงระดับอินเตอร์ ก็ยังต้องแคร์และเคารพ ‘ความรู้สึกและเซนซิบิลิตี้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น’ ของเกาหลีด้วยเหมือนกัน มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด
ท้ายที่สุดแล้ว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ‘ตัวตนทางประวัติศาสตร์’ ของครอบครัวในเกาหลีใต้เป็นเรื่องคอขาดบาดตายขนาดไหน การเป็นทายาทผู้รักชาติสร้างความภาคภูมิใจ แต่การมีบรรพบุรุษเป็นฝ่ายตรงข้ามกับแผ่นดินเกิดคือภาระทางใจที่หนักหน่วงสุดๆ นี่คือบทเรียนที่พิสูจน์แล้วว่า อดีตกับปัจจุบันตัดกันไม่ขาด และการกระทำในวันนั้นส่งผลข้ามกาลมาถึงวันนี้เสมอ 🏛️
สรุปสั้นๆ คือ ดราม่านี้ไม่ได้เป็นแค่วีรกรรมโป๊ะแตกของดาราคนหนึ่ง แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าสังคมเกาหลีเขาจดจำประวัติศาสตร์อย่างไร และเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้คนในยุคนี้มากแค่ไหน ในยุคที่ความจริงซ่อนไว้ไม่ได้ ประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่และมีอำนาจเหนือชื่อเสียงหรือเรตติ้งใดๆ ทั้งสิ้น และนี่แหละคือสิ่งที่วงการบันเทิงเกาหลีชุดนี้ได้เรียนรู้แบบเจ็บแสบที่สุดจ้าแม่!
แหล่งที่มา: https://www.bntnews.co.kr/article/view/bnt202608130078
Related Stories
- ทำไมรางวัลแกรนด์ไพรซ์ **คิมโกอึน (Kim Go-eun)** จาก Blue Dragon Series Awards ถึงเรียกว่า “คู่ควรที่สุด” จนกลายเป็นไวรัล! 🔥
- หวนคืนจอในรอบ 15 ปี! <มนต์รักสยองขวัญ> กลับชาติมาเกิดเป็น ‘โรแมนซ์สยองขวัญ’ ระหว่างทายาทตระกูลเศรษฐีกับอัยการหนุ่ม เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร?
- เปิดปมตอนจบเว็บตูน คิมบูจัง (Kim Bu-jang) เมื่อพ่อธรรมดาๆ สวมวิญญาณมือสังหารตามหาลูกสาว งานนี้บอกเลยว่าพีคมาก! 😱
- เว็บตูนโดนแบนทั่วโลกข้อหาเหยียดเชื้อชาติ แต่ซีรีส์กลับพุ่งอันดับ 2 โลก! ดราม่าที่ทั้งเดือดทั้งดังที่สุดตอนนี้ 😱